เสาร์. ก.พ. 27th, 2021

รวมเทคนิคเครื่องมือหารายได้ออนไลน์วิธีหารายได้ทางอินเตอร์เน็ตทุกแบบ

เทคนิค เครื่องมือ หารายได้ รวมเว็บหารายได้ออนไลน์ หารายได้ทุกรูปแบบ

WordPress โปรแกรมสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปที่ให้คุณสร้างเว็บไซต์ของคุณง่ายขึ้น

2 min read
()

WordPress สร้างเว็บไซต์ของคุณ กับเว็บโฮสติ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในปี 2020

WordPress

WordPress คืออะไร

WordPress คือ โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีไว้เพื่อสร้างและจัดการเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต ( Contents Management System หรือ CMS) กล่าวคือ แทนที่เราจะดาวโหลดโปรแกรมมาทำการสร้างและออกแบบเว็บไซต์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราอย่างเช่น Macromedia Dreamwaver, Microsoft Fontpage (มีใครทันรึเปล่า) เป็นต้น แต่ CMS นั้นถูกสร้างมาเพื่อใช้งานบนอินเตอร์เน็ตโดยตรง หมายความว่าเมื่อคุณจะใช้งานโปรแกรมนี้ คุณก็สามารถใช้ได้ทันทีผ่านอินเตอร์เน็ต เพียงแค่คุณล็อกอินเข้าสู่ระบบจัดการของ CMS นั้นๆ บางคนอาจจะคุ้นหูกับ cms เจ้าอื่น เช่น  joomla, simple machines, open cart, magento เป็นต้น

เว็บไซต์ https://wordpress.com/


รูปแบบของ WordPress

WordPress สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

WordPress.com

เป็นบริการเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมี Blog เป็นของตัวเองหรือผู้ที่เริ่มต้นทดลองใช้งานเว็บไซต์ เพราะเพียงแค่สมัครสมาชิกกับทาง WordPress.com ก็ใช้งานได้ฟรีทันที แต่จะมีความยืดหยุ่นน้อย ทั้ง Theme และ Plugin ไม่สามารถนำจากภายนอกมาติดตั้งได้ ส่วนชื่อของเว็บไซต์ จะสามารถใช้ได้ในรูปแบบซัพโดเมน คือ “ชื่อบล็อกของเรา.wordpress.com”

แต่ว่าเราสามารถอัพเกรดความสามารถของเว็บไซต์ได้โดยเสียเงินเพิ่ม (ชำระเป็นรายปี) ซึ่งมีให้เลือกหลายแพลนตามความต้องการและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น เช่น จดชื่อโดเมนเป็นของตัวเอง, ปรับเปลี่ยน Theme ให้มีลูกเล่นมากขึ้น, เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล, ลง Plugin เพิ่ม เป็นต้น

WordPress.org

เป็นซอฟต์แวร์ที่ให้เราดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อมาติดตั้งที่ Hosting (ที่สำหรับเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ไว้บนอินเตอร์เน็ต) สามารถนำไปสร้างเว็บไซต์ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งหน้าเว็บ หรือการนำ Theme และ Plugin จากภายนอกมาติดตั้ง หรือการทำเว็บไซต์แบบ E-commerce ที่มีระบบตะกร้าสินค้า เป็นต้น

ปัจจุบันเว็บไซต์ส่วนใหญ่ก็ใช้ WordPress ในรูปแบบนี้ ทั้งนี้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่างหาก ทั้งการจดชื่อโดเมนและการเช่า Hosting ซึ่งค่าบริการก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของ Hosting รวมถึงค่าใช้จ่ายในการออกแบบเว็บไซต์ในกรณีที่เราไม่สามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมเลือกซื้อ Theme จากเว็บไซต์ Themeforest.net เพราะมีรูปแบบให้เลือกมากมายและมีราคาไม่สูงนัก ซึ่งขั้นตอนการติดตั้งและใช้งานก็ไม่ยุ่งยากจนเกินไป สามารถศึกษาและทำได้เองตามคู่มือจาก Theme ที่ซื้อมา


WordPress ประกอบด้วยอะไรบ้าง

WordPress เขียนด้วยภาษา PHP และใช้ Apache, MySQL และ PhpMyAdmin ในการรันเป็นเซิฟเวอร์ คุณสามารถลองใช้โปรแกรม DesktopServer เพื่อจำลองเซิฟเวอร์สำหรับติดตั้งและใช้งาน WordPress ได้ เพราะ WordPress นั้นจะรันอยู่บนฝั่งเซิฟเวอร์ เราจึงต้องมีเครื่องมือจำลองเซิฟเวอร์ซะก่อน

WordPress Core

คือ ตัวขับเคลื่อนหลัก เปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักของรถทุกคัน โดยเราสามารถดาวน์โหลด WordPress เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ WordPress.org และ th.wordpress.org สำหรับเวอร์ชั่นภาษาไทย

Themes

เป็นส่วนแสดงผลภายนอก แล้วยังมีฟังชั่นเสริมต่างๆ มาด้วย เปรียบเสมือนดีไซน์ของรถซึ่งแต่ละบริษัทก็จะออกแบบมาแตกต่างกัน มีฟังชั่นพิเศษต่างกัน มีทั้งธีมฟรีและธีมแบบพรีเมี่ยม เราสามารถดาวน์โหลดธีมฟรีได้จาก https://wordpress.org/themes/ ซึ่ง เป็นแหล่งรวมธีมจากนักพัฒนาทั่วโลกส่งธีมของตัวเองขึ้นไปใ้เราสามารถติดตั้ง ใช้ได้ฟรีจากหน้าควบคุมของ WordPress เลย หรือใช้ Google ในการเสริช WordPress Free Theme แล้วตามด้วยประเภทของธีมที่ต้องการ เช่น WordPress Free Fashion Theme เป็นต้น สำหรับเว็บที่ทำธีมแบบพรีเมี่ยมมาขายก็มีเยอะเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีตลาดธีมที่ใหญ่ที่สุด คือ Themeforest.net ที่มีธีมมากกว่า 6,000+ ธีม ให้เราเลือกซื้อและดาวน์โหลด ข้อแตกต่างระหว่างธีมฟรีและพรีเมี่ยมนั้น นอกจากในเรื่องของฟังชั่นเสริมแล้ว ยังมีในเรื่องของการซัพพอร์ตจากคนเขียนธีม การอัพเดต ที่ธีมแบบพรีเมี่ยมจะให้ได้มากกว่าสิ่งที่มักเข้าใจผิดกันมากที่สุดเกี่ยวกับธีมก็คือ หลายๆ คนคิดว่า เมื่อเราดาวน์โหลดธีมใดๆ มาติดตั้งแล้ว เว็บเราก็จะหน้าตาแบบนั้นเลย ซึ่งจริงๆ แล้วกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เรายังต้องมีข้อมูลและการตั้งค่าของธีมอีกหลายอย่างเพื่อให้เหมือนกับเว็บตัวอย่าง (Demo หรือ Preview) ดังนั้นหลายๆ ธีมก็มีมักจะเนื้อหาตัวอย่างสำหรับให้เราดาวน์โหลดมาติดตั้ง เพื่อศึกษาการตั้งค่าต่างๆ หรืออาจจะช่วยให้เราสามารถขึ้นเว็บได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเริ่มจาก 0 ใหม่ แต่การเริ่มจาก 0 แล้วอ่าน Document ก็ช่วยให้เราเข้าใจได้มากกว่าเช่นกัน

Plugins

คือ ส่วนเสริมของ WordPress ที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับเว็บ เปรียบเสมือนการอัพเกรดเครื่องยนต์ให้ทำงานในแบบที่เราต้องการ หรือแม้แต่ดัดแปลงการสำหรับการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น การใช้ปลั๊กอิน WooCommerce เพื่อสร้างร้านค้าขายสินค้าออนไลน์ ปลั๊กอิน Seed Social ที่ใช้แชร์บทความไปยัง Social Network ของไทยที่สามารถแชร์ไปที่ Line ได้ด้วย

ธีมพรีเมี่ยมมักจะมีฟังชั่นเสริมมากมายทำให้เราลดการติดตั้งปลั๊กอินลงไป เพราะการติดตั้งปลั๊กอินมากๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องดี เพราะเมื่อมีการอัพเกรดในบางครั้งก็อาจจะมีการกระทบกับการทำงานกับส่วน อื่นๆ ทั้งกับธีมหรือปลั๊กอินด้วยกันเอง ทำให้ยุ่งยากในการบำรุงรักษา


ข้อดีของ WordPress

WordPress เป็น CMS ที่ได้รับความนิยมสูงมาก จนมีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านเว็บไซต์ เนื่องจากมีข้อดีหลายประการซี่งสามารถสรุปได้ดังนี้

• ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

แต่เดิมการทำเว็บไซต์ต้องมีความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์เพื่อเขียนโค้ด ทำให้เสียเวลาในการศึกษามาก แต่ WordPress ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ด้วย Page Builder ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถลากวางส่วนประกอบต่างๆ ได้ ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก หรือถ้าจะจ้างคนมาทำเว็บไซต์ให้โดยใช้ WordPress ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง

• มีดีไซน์หน้าเว็บให้เลือกหลากหลาย

WordPress โดดเด่นกว่า CMS อื่นๆ ในเรื่องความสวยงาม เพราะมี Theme ที่หลากหลายและทันสมัย สามารถเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับหน้าเว็บ เช่น เว็บไซต์บทความ เว็บไซต์องค์กร เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย

• มี Plugins ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บ

Plugins คือ โปรแกรมส่วนเสริม ซึ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้เว็บไซต์ เช่น ทำภาพสไลด์ได้ เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ หรือกระทั่งช่วยทำร้านค้าออนไลน์ที่มีระบบจัดการสินค้าได้อีกด้วย

• ทำ SEO ง่าย

SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับที่ดีบนผลการค้นหาของ Search Engine อย่าง Google ซึ่งช่วยเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ SEO (Search Engine Optimization) คือ?) โดย WordPress มีโครงสร้างที่รองรับกับการทำ SEO และยังมี Plugin ให้ปรับแต่งเว็บไซต์มากมายซึ่งมีส่วนช่วยในการทำ SEO ด้วยเหตุนี้เว็บไซต์ที่สร้างจาก WordPress จึงมีโอกาสติดอันดับที่ดีได้ง่ายขึ้น

• อัพเดทสะดวกและสม่ำเสมอ

WordPress มีการอัพเดทอยู่บ่อยครั้ง โดยจะแจ้งเตือนที่หน้า Dashboard เพื่อป้องกันเหล่าแฮกเกอร์และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน โดยวิธีอัพเดทก็ทำได้ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน สามารถทำได้เองด้วยเจ้าของเว็บ ไม่จำเป็นต้องพึ่งนักพัฒนาเว็บไซต์

• เป็นแหล่งรวมนักพัฒนา

WordPress เป็นโปรแกรมแบบโอเพนซอร์ซซอฟต์แวร์ (Open-source Software) ที่เปิดให้นำไปใช้งานและพัฒนาต่อได้อย่างอิสระ โดยมี Codex เป็นไกด์ไลน์ให้นักพัฒนา เพื่อศึกษาส่วนประกอบต่างๆ และสามารถนำข้อมูลนี้ไปสร้าง Theme หรือ Plugin ขึ้นมาเองได้ด้วย จึงเป็นโปรแกรมที่มั่นใจได้ว่าจะมีการพัฒนาตลอดเวลาแน่นอน


วิธีสมัคร WordPress


-คลิ๊กที่ Get Started ที่มุมขวาด้านบนเพื่อไปที่หน้าสมัครสมาชิก

กรอกข้อมูลที่ระบบกำหนดให้ถูกต้อง
Your email address
: ที่อยู่อีเมลของคุณ
Choose a username : เลือกชื่อผู้ใช้
Choose a password : เลือกรหัสผ่าน
-คลิ๊กที่ Create your account เพื่อสร้างบัญชีของคุณ

-กรอกชื่อโดเมนที่คุณต้องการแล้วเลือกแผน

-ระบบจะส่งลิงก์ให้เราเพื่อยืนยันอีเมลของคุณไปยังที่อยู่อีเมลที่สมัครสมาชิก ดังนั้นเปิดอีเมลของคุณแล้วคลิ๊กที่ Click here to Confirm Now เพื่อยืนยันอีเมล


การใช้งาน WordPress

หลังจากติดตั้ง WordPress คุณสามารถไปยังหน้า Login ได้โดยพิมพ์ ‘/wp-admin’ หลัง URL เว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเว็บไซต์ของเรา https://contentshifu.com/wp-admin/ เมื่อล็อกอินเข้าไปแล้วคุณจะเจอกับหน้าต่างนี้

หลังบ้าน WordPress

หน้าตา Dashboard ซึ่งเป็นหน้าแรกหลังจากที่เข้าสู่หลังบ้าน จะมีเมนู 2 ส่วนหลักๆ คือ Admin Menu ด้านซ้ายมือและ Toolbar เป็นแถบด้านบนซึ่งเป็นทางลัดไปยังเครื่องมือต่างๆ ในบล็อก

ตั้งชื่อและตั้งค่าเว็บไซต์

เราจะเริ่มต้นใช้งาน WordPress ง่ายๆ ด้วยการตั้งค่าเว็บไซต์ กดเลือกหน้า “Setting” จากเมนูด้านซ้ายมือ ซึ่งคุณควรตั้งค่า 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้

ส่วนที่ 1 General Setting กำหนดการแสดงผลทั่วไปบนเว็บไซต์

ตั้งค่า WordPress
  • Site title ชื่อเว็บไซต์ที่จะแสดงผล
  • Tagline คำอธิบายเว็บไซต์อย่างย่อ สามารถใส่เป็นสโลแกนหรืออธิบายว่าเว็บไซต์เราเกี่ยวกับอะไร
  • Site Address (URL) ที่อยู่เว็บไซต์ WordPress ของคุณ  
  • ตั้งค่าส่วนอื่นๆ ได้แก่ อีเมล, กำหนดโซนเวลา, รูปแบบการแสดงวันที่

ส่วนที่ 2 Reading ตั้งค่าการอ่าน

wordpress เริ่มต้น

ส่วนนี้สำหรับตั้งค่าหน้าแรกของเว็บไซต์ ว่าคุณต้องการแสดงบทความล่าสุดหรือหน้าเว็บแบบกำหนดเอง หากเลือกแสดงบทความล่าสุด คุณสามารถใส่จำนวนบทความที่จะแสดงได้ด้วย

ส่วนที่ 3 Writing ตั้งค่าการเขียน

เขียนลง WordPress

หน้านี้สำหรับตั้งค่าเมื่อคุณต้องการเขียนบทความใหม่

  • Default Post Category คุณสามารถกำหนดหมวดหมู่เริ่มต้นเมื่อคุณเขียนบทความใหม่ (ถ้ายังไม่เข้าใจเรื่องหมวดหมู่ไม่ต้องห่วง เรามีเนื้อหานี้ในส่วน “การสร้างบทความใหม่” แล้ว)
  • Default Post Format รูปแบบหน้าตาตั้งต้นของบทความ ซึ่งจะขึ้นกับธีมที่คุณใช้ (อ่านต่อได้ในส่วน “แต่งตัวให้เว็บไซต์คุณ”)

ส่วนที่ 4 Discussion ตั้งค่าการสนทนา

Wordpress เปิดให้คนคอมเมนต์
  • Default article settings กำหนดค่าเริ่มต้นของบทความ
  • Allow link notifications อนุญาตให้มีการแจ้งเตือนว่ามีลิงก์จากเว็บไซต์อื่น
  • Allow people to post comments อนุญาตให้ผู้เยี่ยมชมสามารถแสดงความคิดเห็นบนบทความ (หากคุณกำลังสร้างเว็บไซต์ใหม่และยังไม่เสร็จสมบูรณ์ คุณสามารถปิดการใช้งานส่วนคอมเมนต์ก่อนได้)
  • Before a comment appears คำสั่งก่อนแสดงคอมเมนต์
  • An administrator must always approve the comment ผู้ดูแลเว็บไซต์จะต้องอนุมัติคอมเมนต์ก่อนเสมอ  
  • Comment author must have a previously approved comment คนที่เคยคอมเมนต์มาก่อนแล้ว คอมเมนต์ต่อมาจะได้รับการอนุมัติทันที
  • การตั้งค่าอื่นๆ เช่น Avatar Display สามารถกำหนดได้ว่าจะแสดงรูปภาพประจำตัวหรือไม่ และแสดงในรูปแบบใด  

สร้างเรื่องราวให้เว็บไซต์

ส่วนที่ขาดไม่ได้และเป็นหัวใจสำคัญคือเนื้อหาของเว็บไซต์ คุณสามารถสร้างได้ 2 รูปแบบคือ บทความ (Post) และ หน้าเว็บ (Page)

สร้างบทความใหม่

เลือก Posts > Add New จากเมนูซ้ายมือเพื่อสร้างบทความใหม่ คุณสามารถดูรายการบทความทั้งหมดโดยการเลือก All Posts

สร้างบทความบน WordPress

สร้างบทความใหม่ (Add New Posts)

วิธีใช้ wordpress

เครื่องปรับแต่งตัวอักษรและย่อหน้า

  • Title/Headline ใส่หัวข้อบทความ
  • Visual editor ส่วนเขียนบทความของ WordPress จะแสดงผลเหมือนในหน้าเว็บ เรียกว่า WYSIWYG Editor ซึ่งมีเครื่องมือสำหรับปรับแต่งรูปแบบข้อความ ตัวหน้า ตัวเอียง ย่อหน้า จัดตำแหน่งย่อหน้า เพิ่มลิงก์ แทรกรูปภาพ เป็นต้น
  • Add Media สำหรับแทรกรูปภาพหรือวิดีโอ
  • กล่อง Publish (ภาพด้านล่าง) สำหรับตั้งค่าสถานะบทความ มี 4 แบบ คือ Publish (เผยแพร่แล้ว), Draft (ฉบับร่าง ยังไม่เสร็จสมบูรณ์), Schedule (ตั้งเวลาโพสต์) และ Trash (ย้ายไปที่ถังขยะ)
การ Publish บน WordPress
  • Category และ Tag
    – Category กำหนดหมวดหมู่บทความ สามารถสร้างหมวดหมู่ซ้อนแยกย่อยได้
    – Tags สำหรับจัดกลุ่มบทความที่มี Keyword เหมือนกัน

สร้างหน้าเว็บใหม่  

เลือก Pages > Add New จากเมนูซ้ายมือเพื่อสร้างบทความใหม่ คุณสามารถดูรายการบทความทั้งหมดโดยการเลือก All Pages

การตั้งค่า Page Attributes

หน้าเขียนหน้าเว็บใหม่จะมีหน้าตาเหมือนการสร้างบทความใหม่ เพียงแต่ไม่มีส่วนกล่อง Category และ Tags นอกจากนี้ยังมีกล่อง Page Attributes ที่ให้เรากำหนด Template เฉพาะสำหรับหน้าเว็บนั้นๆ


แต่งตัวให้เว็บไซต์คุณ

Theme เปรียบเป็นเสื้อผ้าหน้าผมของเว็บไซต์คุณ ซึ่งสามารถสะท้อนตัวตนของเว็บไซต์คุณได้เป็นอย่างดี ธีมมีหลากหลายรูปแบบ เช่น Magazine, Business, Blog, eCommerce เป็นต้น และมีแหล่งธีมให้เลือกดาวน์โหลดฟรีมากมาย คุณสามารถเข้าไปหาธีมถูกใจได้ในคลังของ WordPress

ตกแต่ง Theme WordPress

เมื่อเจอธีมถูกใจแล้ว เรามาเข้าไปแต่งตัวให้กับเว็บไซต์โดยเลือก Appearance > Themes คุณจะเห็นว่ามีธีมพื้นฐานให้เลือกอยู่แล้ว หากต้องการเพิ่มธีมใหม่ให้กด “Add New Theme” เลือกธีมที่คุณต้องการใช้จากในคลัง หรืออัปโหลดธีมใหม่ในรูปแบบไฟล์ .zip เข้าระบบ

Wordpress Theme

บางธีมจะมีฟังก์ชันเสริมที่ให้คุณปรับแต่งหน้าตาเองได้ ตัวอย่างธีมของเราชื่อ “Shifuist” ซึ่งสามารถกำหนดสี ฟอนต์ เมนู ส่วนท้ายเว็บไซต์ (Footer) และอื่นๆ ได้

#อยากให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น? คุณสามารถเลือกใช้ Premium theme ซึ่งจะมีการออกแบบที่สวยงามและฟังก์ชันต่างๆ ทำให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนราคาก็มีหลากหลาย ดังนั้นการลงทุนกับ Premium theme จึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง


Menu

Wordpress Menu

วิธีการสร้างเมนูใหม่ ตั้งชื่อเมนูในช่อง Menu Name แล้วเลือกบทความหรือหน้าเว็บที่ต้องการ กดปุ่ม “Add to Menu” คุณสามารถเรียงลำดับเมนูใหม่โดยการลากและวางสลับแต่ละหัวข้อ  


ลูกเล่นเพิ่มประสิทธิภาพ

ถ้าอยากให้เว็บไซต์มีฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มขึ้น คุณจำเป็นต้องใช้ “Plug-in” เนื่องจากเป็นส่วนเสริมที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้เว็บไซต์คุณ ซึ่งปลั๊กอินเสริมจะมีหลากหลายประเภท เช่น เกี่ยวกับความปลอดภัย การจัดข้อมูล การออกแบบ Social media เป็นต้น

Wordpress Plugin

ติดตั้งปลั๊กอินจาก WordPress Repository คลิก Plugins > Add New ค้นหาปลั๊กอินที่ต้องการแล้วจึงกด Install Now (ดังรูปด้านล่าง)

เพิ่ม Plugin บน WordPress

#หลังจากตั้งค่า ตกแต่ง ใส่เรื่องราวให้เว็บไซต์กันแล้ว กดเลือก Visit Website ที่แถบ Toolbar ด้านบนเพื่อดูหน้าบ้านของคุณ


สรุป WordPress

WordPress ถูกสร้างมาเพื่อให้ใช้งานง่ายที่สุด แต่แน่นอนว่าแต่ละคนมีความเร็วในการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีต่างกัน และด้วย WordPress นั้นสร้างมาเพื่อรองรับเว็บหลายแบบ ดังนั้นมันก็จะมีการตั้งค่าต่างๆ พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเราติดตั้งปลั๊กอินมากขึ้นก็ยิ่งจะต้องตั้งค่ามากขึ้นด้วย (ถึงได้บอกว่า ถ้าเขียนบล็อกอย่างเดียว ไม่พร้อม ไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น ให้ไปใช้ WordPress.com แทน)

สำหรับการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress นั้น นอกจากการจัดการข้อความต่างๆ แล้ว สิ่งที่จะทำให้เว็บของเราเป็นรูปเป็นร่างสวยงามนั้น พระเอกสำหรับงานนี้ก็คือ Theme นั่นเอง

โดยธีมนั้นจะมีทั้งธีมเฉพาะด้าน ที่จะกำหนดตำแหน่งต่างๆ มาไว้เรียบร้อย ธีมแบบนี้ช่วยให้เราทำงานได้ง่าย การตั้งค่าไม่เยอะมาก แค่กำหนดข้อมูลว่าเราอยากจะให้อะไรไปโผล่ส่วนไหนบ้าง ธีมก็จะจัดการออกมาให้เราโดยไม่ต้องวุ่นวายกับการตั้งค่ายิบย่อยเยอะๆ มีหลายแนว ไม่ว่าจะแนว Magazine, Business, Blog, eCommerce เป็นต้น เว็บธีมต่างๆ มักจะแบ่งประเภทไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันก็อยู่ที่จินตนาการของเราว่าจะประยุกต์เอาธีมไหนมาทำอะไร เพราะเราสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้อยู่แล้ว


ช่องทางการติดต่อ

Twitter : https://twitter.com/wordpressdotcom
Facebook : https://www.facebook.com/WordPresscom/
Instagram : https://www.instagram.com/wordpressdotcom/
Youtube : https://www.youtube.com/c/automattic


Facebook Comments

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating / 5. Vote count:

No votes so far! Be the first to rate this post.

As you found this post useful...

Follow us on social media!

We are sorry that this post was not useful for you!

Let us improve this post!

Tell us how we can improve this post?

หมวดหมู่

กุมภาพันธ์ 2021
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
Translate »